ศูนย์รวมพริ้นเตอร์ Laser, InkJet, Dot Matrix

- ราคายี่ห้ออื่น
- วิธีการดูสเปค
- คำแนะนำการเลือกซื้อ

- Q&A ถาม-ตอบประจำ

 

ค่าติดตั้ง (Implement)

- กรุงเทพฯ จัดส่งฟรี ไม่รวมติดตั้ง
- ค่าติดตั้ง 600บาท ต่อเครื่อง ไม่รวมการSetup Server (คอมพิวเตอร์แม่ข่าย)
 
บริการ
- MA (สัญญาซ่อม บำรุงรายปี)
- รับซ่อมพริ้นเตอร์ทุกยี่ห้อ
สินค้าเกี่ยวข้อง
- Plotter, เครื่องตัดสติ๊กเกอร์
- Multi Function Printer, Scaner
- Printer Server
- ราคาหมึก และกระดาษ
 
...

หลายยี่ห้อชั้นนำ ให้เลือกซื้อ

คลิ๊กยี่ห้อ เพื่อดูราคาสินค้า สเปค (Price List)

เครื่องพิมพ์แบบความร้อน ใช้ผลหมึก (Laser Printer) Laser Printer
       
     
เครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึก (Inkjet Printer)
       
   
       
เครื่องพิมพ์แบบหัวเข็ม (Dot Matrix Printer)
เครื่องพิมพ์ใบเสร็จแบบย่อ
   
 
   
 
...
 
   
 
   
 
 
 
สินค้าเกี่ยวข้อง   กระดาษพิเศษ Print Server,Auto Switch เครื่องพิมพ์ Label เครื่องพิมพ์แบบหัวเข็ม  
Link สินค้าเกี่ยวข้อง รับซ่อมพริ้นเตอร์ทุกยี่ห้อ
สินค้ามือสองฝากขาย รับTurn/ฝากขายพริ้นเตอร์ Dot Matrix ยี่ห้อ EPSON LQ

 

เครื่องพิมพ์ มี 4 ประเภท คือ

1.พล็อตเตอร์ เป็นเครื่องพิมพ์ขนาดใหญ่ ใช้กระดาษขนาด A2-A0 ยี่ห้อนิยมมากที่สุดคือ ถ้าขนาดกระดาษA2และเครื่องตัดสติ๊กเกอร์ คือ ยี่ห้อ

 

2. แบบหัวเข็ม หรือ Dot Matrix มีขนาดแคร่สั้น แคร่ยาว รุ่นปัจจุบันเป็น 24 เข็ม ยกเว้น EPSON LX-300 ที่เป็น 9 เข็ม เด่นที่การพิมพ์กระดาษต่อเนื่อง และกระดาษแบบมีสำเนา หลายชั้น ต้นฉบับหมึกราคาถูกคือ ไม่ถึง 10 สตางค์ ต่อแผ่น ข้อเสียคือ เสียงดัง พิมพ์รูปภาพได้ไม่ดี

3. แบบเลเซอร์ / Laser มีทั้งแบบพิมพ์ขาวดำ และพิมพ์สี ขนาดกระดาษ A4-A3 ข้อดีคือพิมพ์คมชัด และเร็ว กระดาษ70แกรมขึ้นไปก็ใช้ได้ดี แต่ข้อเสียคือ เลเซอร์ที่พิมพ์สี มีราคาสูง ต้นทุนต่อแผ่นประมาณ 0.50-1บาท ยี่ห้อยอดนิยม คือ HP รองลงมาคือ และที่ทำตลาดใหม่ คือ EPSON (ดังจากแบบหัวเข็ม) Canon OKI

4. แบบพ่นหมึก / InkJet เด่นที่เครื่องราคาถูก พิมพ์คมชัด สวย และเร็ว แต่ข้อเสียคือ หมึกแพง ต้นทุนต่อแผ่นประมาณ 5-10 บาท มีหลายรุ่นแบ่งได้หลายเกรดคือ

4.1 รุ่นพิมพ์กระดาษA4 ทั่วไป

4.2 รุ่นพิมพ์กระดาษPhoto และมีฟังค์

สแกนเนอร์

 

คำถามคำตอบประจำ

พริ้นเตอร์ มี 4 ประเภท คือ 
1. แบบหัวเข็ม / Dot Matrix
- คุณสมบัติ คือ พิมพ์กระดาษต่อเนื่อง กระดาษขนาดใหญ่(ไม่เกินA2)และกระดาษมีสำเนาได้ เช่น ใบเสร็จ ใบกำกับภาษี
- หมึกที่ใช้เรียกว่า Ribbon Refill มีราคาถูกมาก เฉลี่ยต้นทุนต่อแผ่น 10สตางค์
- ข้อเสีย คือ พิมพ์ช้า(หลายนาทีต่อแผ่น)  มีเสียงดัง และพิมพ์สีไม่ได้ (บางรุ่นพิมพ์สีได้ แต่ก็ไม่ดี ไม่ชัด)
- ยี่ห้อ ยอดนิยม คือ EPSON มียอดขาย 99% ของทั้งหมด
- ซื้อแบบประหยัด คือ มือสอง EPSON LQ-1170 24เข็มแคร่ยาว แต่ราคาถูกกว่า EPSON แคร่สั้น (ถ้าต้องการเพิ่มประกัน ก็ซื้อสัญญาบริการเพิ่ม ปีละ 5,000 บาท)
เหตุผล
1. Printer Dot Matrix ใช้กับโปรแกรมที่พัฒนามานานสิบปี หลายโปรแกรมทำงานบน DOS ดังนั้น Printer รุ่นใหม่ หลายรุ่นจึงมีปัญหามาก
- ค่าซ่อมเมื่อเทียบกับรุ่นใหม่ เสียน้อย ประมาณ 1,800 ต่อ 3,000 เสียหนัก 3,000 ต่อ 10,000
- โปรแกรมรุ่นเก่า บางค่าย มองไม่เห็น พริ้นเตอร์ รุ่นใหม่ เพราะตอนพัฒนาโปรแกรม ทดสอบกับ EPSON LQ-1170, 2170
2. Printer EPSON มียอดขาย 99% ของยอดขายยี่ห้ออื่น(OKI, Panasonic, NEC, Fujitsu) รวมกัน
- อะไหล่หาง่าย ราคาถูก
- มั่นใจเรื่องใช้งานร่วมกับโปรแกรมต่างๆได้อย่างดี ยกเว้นโปรแกรมรุ่นใหม่ แต่จะใช้ Dot Matrix ซึ่งเป็นไปได้ยากมาก
 
 
- พริ้นเตอร์ แบบหัวเข็ม จำเป็นต้องใช้สำหรับงานที่ต้องใช้กระดาษหลายชั้น เพราะต้องอาศัยแรงกด (แคร่ยาว แรงกดยิ่งมาก)
- พริ้นเตอร์ มีหัวเข็ม 2 แบบ คือ 24 เข็ม(รุ่นมาตรฐาน) และ 9เข็ม (พิมพ์ช้า 3 รอบต่อบรรทัด)
- หมึกมี 2 ประเภท คือ Ribbon (มีตลับมาด้วย) และ Refill (มีแต่ผ้าหมึก ต้องเปลี่ยนใส่ตลับเดิม)
2. แบบผงหมึก / Laser
- คุณสมบัติ คือ พิมพ์เร็ว หลายแผ่นต่อนาที เงียบ
- หมึกที่ใช้เรียกว่า Toner ต้นทุนเฉลี่ยต่อแผ่น 1บาท
- ข้อเสียคือ รุ่นพิมพ์สีได้ มีราคาแพง หลายหมื่นบาท
- ยี่ห้อ ยอดนิยม คือ HP เพราะซ่อมง่ายอะไหล่มีตลอด, มีสัญญาต่อประกันอะไหล่, หมึกหาง่าย, ความพร้อมการบริการดีมากที่สุด
- ซื้อแบบประหยัด คือ ซื้อHP รุ่นถูกสุด สำหรับกระดาษ A4 รุ่นที่มีถาดวางกระดาษ ไม่วางเอียง เพราะกระดาษยับ
- รุ่นใหญ่ ควรซื้อยี่ห้อ HP และซื้อสัญญาต่อประกันอะไหล่ทุก1-3ปี
- หมึกเลียนแบบ ลด 30% จากราคาของแท้ พร้อมบริการจัดส่งถึงสถานที่ (สินค้าในประกัน ไม่ควรใช้ของเลียนแบบ เพราะหมดประกันทันที)
3. แบบพ่นหมึก / InkJet
- คุณสมบัติ คือ พิมพ์เร็ว หลายแผ่นต่อนาที พิมพ์สีได้ดี ในราคาเครื่องที่ไม่แพง
- หมึกที่ใช้เรียกว่า Ink Cartridge ต้นทุนเฉลี่ยต่อแผ่นคือ 5-20บาท
- ข้อเสีย คือ กระดาษจะเปียกถ้าพิมพ์ใหม่ ต้องรอไม่ถึงนาที และต้นทุนต่อแผ่นแพง
- ยี่ห้อ ยอดนิยม คือ HP เพราะซ่อมง่ายอะไหล่มีตลอด, มีสัญญาต่อประกันอะไหล่, หมึกหาง่าย, ความพร้อมการบริการดีมากที่สุด
- ซื้อแบบประหยัด คือ ซื้อรุ่นถูกสุด สำหรับกระดาษ A4, รุ่นกระดาษA4 ถ้าเสีย ไม่ต้องซ่อม ไม่คุ้ม ซื้อใหม่เลยได้หมึกใหม่ด้วย
- มี 2 แบบ คือ 1 รุ่นมีหมึกสี กล่องเดียว (พิมพ์เป็นหมึกดำได้โดยการรวมหมึกสี) แลกซื้อราคา 1,900บาท ไม่รวมค่าติดตั้ง หรือ 2,200บาท ติดตั้งฟรี ไม่รวมเชื่อมต่อระบบเครือข่าย Canon IP1200
2. รุ่นมีหมึกสี และหมึกดำ อย่างละกล่อง ราคา 2,990บาท (ติดตั้งฟรี ไม่รวมเชื่อมต่อระบบเครือข่าย) ยี่ห้อยอดนิยม ตอนนี้คือ HP
- รุ่นใหญ่ ควรซื้อยี่ห้อ HP และซื้อสัญญาต่อประกันอะไหล่ทุก1-3ปี
- หมึกเลียนแบบ ลด 30% จากราคาของแท้ พร้อมบริการจัดส่งถึงสถานที่ (สินค้าในประกัน ไม่ควรใช้ของเลียนแบบ เพราะหมดประกันทันที)
4. แบบ All in One หรือ Multi Funtion  คือ มีคุณสมบัติเพิ่มขึ้นหลายอย่าง เช่น Scan Fax ถ่ายเอกสารหรือCopy
- การเลือกซื้อควรดูสเปกให้ชัดเจนว่า ได้คุณสมบัติที่ต้องการครบถ้วนหรือไม่
- ข้อเสีย คือ ถ้าเสียเป็นชิ้น เท่ากับเสียทั้งหมด, คุณสมบัติบางอย่างอาจไม่ได้ใช้งานเลยก็ไม่คุ้ม, ใช้งานพร้อมกันไม่ได้
- ข้อดี คือ รุ่นเล็ก จะประหยัดกว่าซื้อแต่ละประเภทมาใช้ เพราะต้องซื้อหลายเครื่อง
- รุ่นใหญ่ ควรซื้อยี่ห้อ HP และซื้อสัญญาต่อประกันอะไหล่ทุก1-3ปี
พล็อตเตอร์
มี 3 ขนาด คือ A2, A1, A0
A2 คือยี่ห้อ HP Roland
A1 A0 HP เท่านั้น
- รุ่นใหญ่ ควรซื้อยี่ห้อ HP และซื้อสัญญาต่อประกันอะไหล่ทุก1-3ปี
สแกนเนอร์
- รุ่นใหญ่ ควรซื้อยี่ห้อ HP และซื้อสัญญาต่อประกันอะไหล่ทุก1-3ปี
ยี่ห้อไหนดี
2. ยี่ห้อมี3ระดับ เน้นไปPresent งาน ที่ต้องการความน่าเชื่อถือ มาตรฐาน ดูดีหรือไม่
2.1 มาตรฐานระดับโลก ติด Top10 ได้แก่ Toshiba IBM/Lenovo  Fujitsu Sony
2.2 มาตรฐานระดับกลาง HP/Compaq Asus Acer BenQ
2.3 มาตรฐานไทยไม่เป็นที่รู้จักในต่างประเทศ คือ Atec Belta Laser ECS BTO SVOA

 

ถาม ต้องการการรับประกันจากต่างประเทศ
ตอบ World Wide Warranty ถ้าใช่เลือกยี่ห้อ Toshiba IBM Lenovo HP Compaq Fujitsu Sony
ถาม เปรียบเทียบสเปค และราคา โดยยี่ห้อระดับต่างกัน
ตอบ เทียบกันไม่ได้ คนละเกรดกัน, เรื่องจริงคือมีลูกค้าซื้อเครื่องระดับกลาง และล่างไป ใช้ไปแล้วเสียอารมณ์มาก ซื้อไป 4หมื่น ขายทิ้งหมื่นบาท ยังไม่มีคนต้องการเลย
น้ำหนัก
ถ้าคนเคยใช้มานานจะชอบเบาๆ คนไม่เคยใช้ถือไปเรื่อยๆ เครื่องต่อไปก็อยากได้เบาครับ
จอภาพ ถ้าใช้งาน Present กร๊าฟฟิค ก็ควรจอใหญ่
หลักการเดียวกับเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ แต่น้ำหนักเครื่องก็จะตามมาด้วย
การเพิ่มความเร็วของเครื่อง คือ เพิ่ม RAM ให้มากที่สุด (เพราะมีช่องเพิ่มมาแค่1-2ช่องเท่านั้น ถ้าเพิ่มภายหลังอาจต้องถอดRAMเดิม)
- ระบุยี่ห้อ รุ่น product/part number ให้ชัดเจน RAMเดิมกี่MB และเปิดเครื่องดูSlot RAM ว่ามีกี่ช่อง ว่างกี่ช่อง

 

สเปค

ppm Page per Minute หรือ จำนวนหน้าต่อนาที
ppm/color Page per Minute หรือ จำนวนหน้าต่อนาทีกรณีพิมพ์สี (หน่วยปกติ กรณีพิมพ์สีดำ)
Paper size คือขนาดกระดาษสูงสุดที่พิมพ์ได้ และพิมพ์กระดาษที่ขนาดเล็กกว่าได้
Buffer/RAM คือ หน่วยความจำของเครื่องพิมพ์ เพื่อเก็บข้อมูลไว้ขณะพิมพ์ ดังนั้นยิ่งมี RAM มากก็ยิ่งดี
DPI. Dot per Inch คือ ความละเอียดจุดต่อนิ้ว ตัวเลขยิ่งมาก ยิ่งละเอียดมาก
x00 x x00 คือ ความละเอียดต่อนิ้ว แนวนอน และ แนวตั้ง

 

อุปกรณ์เสริม

Auto Switch หรือ Auto Cross หรือ อุปกรณ์ หรือกล่องรับสัญญาณสั่งพิมพ์ใช้สำหรับคอมพิวเตอร์ 2-4 เครื่อง ใช้พริ้นเตอร์ เครื่องเดียวกัน หรือ คอมพิวเตอร์ 1เครื่อง ใช้พริ้นเตอร์ 2-4เครื่อง

Auto Switch หรือ Auto Cross 4 ออก1 1ออก4 (ตัวอย่าง) Auto Switch หรือ Auto Cross 2 ออก1 1ออก2 (ตัวอย่าง)

Print Server หรือ อุปกรณ์เสมือนเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อระบุ IP เพื่อใช้งานพริ้นเตอร์ผ่านระบบเครือข่าย/LAN

มี 2 แบบ คือ

1. Internalใส่ในพริ้นเตอร์ยี่ห้อรุ่นนั้นๆเท่านั้น เช่น ยี่ห้อ HP เรียก Jet Direct card

2. External ใช้กับพริ้นเตอร์ได้ทุกยี่ห้อ (สรุป คือ ซื้อแบบ External คุ้มกว่า เพราะเก็บไว้ใช้กับยี่ห้ออื่น รุ่นอื่นได้) มีหลายแบบ คือ 1-4พริ้นเตอร์ และPort USB, Parallel, Wireless, RJ-45